12 กุมภาพันธ์ 2551

ความเป็นมาของ กาวินแมน

จุดเริ่มต้นเริ่มขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2543 ชายคนหนึ่งนาม อ๊อด (ภายหลังเปลี่ยนเป็น อ๊อดดี้) เป็นนักเขียนการ์ตูนโดจินสมัครเล่น มีความคิดความฝันที่จะทำฮีโร่ของไทยให้บังเกิดขึ้น เขาได้ร่วมกันสร้างฮีโร่ของพวกเขาขึ้นมาเพื่อประกาศให้คนไทยได้รู้ว่า บัดนี้ฮีโร่ไทยไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป แบลคสกอร์เปี้ยน คือฮีโร่ไทยตัวนั้น สร้างจากเศษกระดาษมาแปะกาวซ้อนๆ กัน เรียกว่า เปเปอร์มาเช่ เนื่องจากความเปราะบางของชุด และขาดประสบการณ์ในการทำชุด จึงทำให้ชุดพังแล้วพังเล่า จนกระทั่ง วันหนึ่งอ๊อดก็ได้ฝันว่าพบกับบุคคลลึกลับมากระซิบข้างหูว่า กาิวิน.. กาวิน พอตกใจตื่น ก็มานึกทบทวน แล้วนำชื่อนี้มาเปลี่ยน แบลคสกอร์เปี้ยนให้เป็น กาวินแมน

อ๊อดทำการถ่ายภาพ ทำโปรไฟล์นำไปเสนอนายทุนหลายที่ทั้ง ไชโย อาร์เอส แกรมมี่ บาแรมยู ไฟสตาร์ ตลอดจนรายการโทรทัศน์ นิตยสารต่างๆ จนได้ลงตีพิมพ์เรื่องราวในไบโอสโคปและหนังสืออีกหลายเล่ม และรายการโทรทัศน์ เจาะใจ 168 ชั่วโมง จนได้มารู้จักกับเฮียไฮ้ สไปเดอร์แมนส่งแกส ก็ได้ร่วมงานกันระยะหนึ่ง ในที่สุดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของชีวิต เมื่อไปออกรายการ ก๊องโชว์ เป็นการแสดงเดี่ยวที่เอาดาบเอาโล่ ไปแปลงร่างปล่อยแสง คล้ายๆ เราเล่นตอนสมัยเด็กๆ จนโดนคุณเกริก ชิลเลอร์ ก๊องให้ออก พร้อมกับต่อว่าด้วยถ้อยคำที่รุนแรง จนอ๊อดดี้ถึงกับสลดก้มหน้าเดินลงเวทีไป แต่ผลของการออกอากาศครั้งนั้น กาิวินแมนกลับเป็นที่ชื่นชอบของคนดู คนดูโทรมาโวยกับทางรายการว่าไปไล่เขาทำไม มีคนรีเควสขอดูอีก เชิญมาอีก จนต้องทำรายการตอนพิเศษสำหรับกาวินแมนถึงสองครั้ง นอกจากนี้ยังส่งผลให้อ๊อดได้พบกับเพื่อนร่วมงานอีกคนนึงคือ ตง มอนสเตอร์

ตง มอนสเตอร์ คือชายตกงานคนนึง กำลังมองหาสิ่งที่ใช่สำหรับชีวิต เมื่อได้ชมรายการก๊องโชว์ในครั้งนั้น รู้สึกว่าค้นพบสิ่งที่สูญหายไปจากชีวิตไปแสนนาน เขาไปนั่งคุ้ยหนังสือการ์ตูนเก่าๆ สมัยเด็ก ทีวีไลน์ การ์ตูนทีวี เอามานอนเปิดอ่าน แสนเสียดายที่มันหายไปเกือบหมด เหลืออยู่แค่สองสามเล่ม ภาพในอดีตมันผุดขึ้นมาเป็นว่าเล่น จริงๆ แล้วความฝันและจินตนาการมันไม่หายไปไหน มันแค่หลบซ่อนอยู่ในเบื้องลึกนี่เอง อ๊อดคือผู้ปลุกวิญญาณให้ตื่นฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ตงหาทางติดต่ออ๊อดไปทางรายการก๊องโชว์ แต่เนื่องจากทางคุณแฟรงค์แกคงได้รับโทรศัพท์เกี่ยวกับกาวินแมนมาเยอะ พอบอกว่าขอถามเรื่องกาวินแมนแกกดตัดเลย พยายามโทรติดต่อเป็นสิบครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ เลยเข้าหาทางเน็ท มีลิงค์เรื่องราวของอ๊อดปรากฏอยู่ในเวบหลายที่ ทั้งอีเมล์ทั้งประกาศในเวบบอร์ด จนกระทั่งสามารถติดต่อกาิวินแมนได้ จากเบอร์แฟนเก่าดั้งเดิมของเขา แฟนเก่าดั้งเดิมก็ให้เบอร์แฟนอีกคนมา แล้วแฟนอีกคนก็ให้เบอร์เพื่อนอีกคน มาเรื่อย จนได้คุยกะอ๊อด แล้วนัดเจอกัน

โปรเจคแรกคือ กาวินแมน เดอะ อนิเมชั่น ตอนนั้นกาวินแมนได้ตีพิมพ์เป็นการ์ตูนในหนังสือ A-Comic เลยอยากได้เป็นภาพเคลื่อนไหว ในระหว่างที่ตงเริ่มกลับไปทำงานอนิเมชั่น วันหนึ่งอ๊อดก็โทรมาบอกว่า อนิเมชั่นอย่าทำเลย มาทำชุดใส่กันเลยดีกว่า อ๊อดทำชุดพระเอก ส่วนตงทำชุดสัตว์ประหลาด โอ... นั่นคือที่มาของการทำสัตว์ประหลาดตัวแรกของทีม

ปลายปี พ.ศ. 2546 สัตว์ประหลาดไม่มีชื่อ หัวสีน้ำิเงินตัวสีแดง ทำเสร็จในเวลาสองวัน ได้ออกมาสู่สายตาประชาชน ครั้งแรกในวันเกิดบิ๊ก ดีทูบี ทางอ๊อดบอกว่าเขาเคยไปกะเฮียไฮ้ ทางเิปิดสบาย วันนั้นได้แต่ยืนหน้าลิฟ มีพนักงานของอาร์เอสมารับดอกไม้ แล้วก็กลับ แต่อ๊อดยังไม่หยุดแค่นั้น เขาบอกว่าเขาได้รับบัตรเชิญพิเศษจากคนวงในอาร์เอส ให้ไปงานเปิดตัว The Park สวนสนุกผี ตงและอ๊อดใส่ชุดเข้าไปในงาน ไม่มีใครไล่ และไม่มีใครสนใจ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น แต่พอจะเอาดอกไม้ไปให้ผู้กำกับก็มีพนักงานอาร์เอสมารับ ถามว่ามาจากไหน บอกจากใจกาวินแมน เขาทำหน้างงๆ สรุปคือ อ๊อดอาศัยมั่วนิ่มเข้าไปทุกงาน เขาไม่รู้ัจักใครเลย ไม่มีใครเชิญ

สัตว์ประหลาดได้รับการผ่าตัดพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นตัวสีดำ แต่ยังไม่มีหาง ช่วงนั้นกาวินแมนและสัตว์ประหลาดออกรายการเป็นว่าเล่น จนในที่สุดก็มีทีมงานทางรายการโทรทัศน์เขาก็ถามว่าสัตว์ประหลาดตัวนี้ชื่ออะไร ตอนทำมันก็ไม่ได้ออกแบบอะไรเลย มันก็แค่เอาสำลีปะๆ ไปบนหมวกกันน็อคแล้วทายาง ตาก็ลูกปิงปองผ่าซีก ทีนี้ชื่อมันควรจะเป็นอะไร จุดเริ่มต้นมันก็มาจากลูกตาที่ปูดโปน บวกกับอยากได้ชื่อไทยๆ กึ่งผีกึ่งสัตว์ แมลงอะไรไม่รู้บินผ่านหน้า เอางี้ แมงตาโปน แมงกะโปนละกัน
มันก็ได้ชื่อแมงกะโปนตั้งแต่ตอนยังไม่มีหาง

ขอขอบคุณบริษัทเวิร์คพอยต์ที่ให้โอกาสเราออกรายการคุณหลายรายการ ที่เด็ดขาดที่สุดเห็นจะเป็นรายการคำพิพากษา ในครั้งนั้นถึงแม้ว่าเราไม่ได้รับเงินตามที่เราคาด แต่กระแสตอบรับของคนที่ชมรายการกลับมาหาเราเยอะมาก ตอนเราไปที่ไหนก็มีคนรู้จักพวกเราเยอะมากขึ้น

เราใช้การทำงานแบบกองโจร งานไหนที่คิดว่ามันสะใจ เราจะจู่โจมไปโดยเจ้าของงานไม่รู้ตัว บางงานก็โดนไล่ออกมา บางงานก็เกือบมีเรื่องบานปลาย คนอื่นเขาทำเขาเป็นธุรกิจ แต่เราทำเพื่อนความมันสะใจ ไม่มีใครเข้าใจเราเลย

กระแสฮีโร่เริ่มแรงขึ้นคนหันมาสนใจฮีโร่ บางคนก็ทำฮีโร่ใหม่ๆ ขึ้นมา ถือเป็นนิมิตหมายอันดีของเรา แต่ปรากฏว่าในปลายปี พ.ศ. 2547 อ๊อดก็ตัดสินใจเดินทางไปอเมริกา เพื่อไปหาสตีเว่น สปิลเบิร์ก และนำเสนอผลงานกับมาเวล และดีซีคอมมิค ตลอดระยะเวลาที่อ๊อดไปอเมริกาเขายังคงติดต่อตงผ่านทาง msn เสมอ

ส่วนทางตงช่วงระยะเวลาที่อ๊อดไปอเมริกา ก็ไปหาประสบการณ์ทำหนังและยังคงบุกงานต่างๆ อยู่เรื่อยๆ ด้วยตัวคนเดียว แบกชุดคนเดียวขึ้นรถเมล์ ด้วยชุดที่หนักหลายสิบโล ร่างกายทรุดโทรมหนัก เจ็บไข้ได้ป่วย ขอเพียงแค่มีคนเรียกร้องก็ไปใส่ชุดให้ฟรี จนไข้หาย บางงานเงินไม่ได้ น้ำไม่มีกิน ข้าวซื้อเอง ก็ยังไป ไม่รู้ำทำไปได้ยังไง งานบางงานคนตกลงให้ไปช่วย เป็นคนละคนกับคนหน้าประตู ก็โดนเขาไล่ออกมาจากงาน งานทำหนังก็โดนหลอกให้ทำ หลอกให้ความหวังว่าจะทำโปรเจคใหญ่ เงินไม่ได้ ชุดที่ทำก็ถูกยึด ถือเป็นเคราะห์กรรมครั้งยิ่งใหญ่ ทำให้คิดอยากเลิกทำ

อ๊อดให้ความหวังว่า หากกลับมา จะมาพร้อมกับเงินก้อนหนึ่งประมาณสี่แสนบาท เงินก้อนนี้จะนำมาสานฝันของพวกเราให้เป็นจริง ทั้งไลฟ์โชว์ทั้งหนัง ทั้งไปเยี่ยมเด็กตามมูลนิธิ ฝันบรรเจิดมาก พออ๊อดกลับมา ก็เป็นเสียงเศร้าๆ ว่า เฮ้ยเงินกูให้แม่กูไปหมดแล้ว

จบ จบ จบ ตอนแรกก็คิดว่า จะจบแค่นั้น แต่อ๊อดก็ยังบอกต่อว่า เฮ้ย เราต้องมานับหนึ่งกันใหม่แล้วว่ะ นี่คือจุดที่ความคิดเห็นเริ่มไม่ลงรอยกัน อ๊อดกลับเข้าประกวดคอสเพล์อีกครั้ง เดินตามที่ต่างๆ ให้คนเขาไล่ เสนอโปรเจคใหม่ให้คนเขาโยนทิ้ง เขากลับมาอีกแล้ว กับการอัพเกรดชุดเดิม โดยการเพิ่มลายเพิ่มปุ่ม ช่วงนี้ตงและอ๊อดทะเลาะกันบ่อยๆ ตงตัดสินใจว่าจะทำหนังเอง หาทุนเอง

ทำธุรกิจให้งอกเงยจากสิ่งที่สร้างมาแล้ว ไม่ถอยลงไปนับหนึ่ง ในขณะที่อ๊อดต้องการหานายทุน หรือไม่ก็แฝงพวงมะม่วงเข้าไปโชว์ชุดตามรายการ ตามงานต่างๆ เริ่มนับหนึ่งใหม่

สังขารมันย่อมร่วงโรยไปตามกาลเวลา ยอดมนุษย์มันก็คน เราจะอึดไปได้นานสักขนาดไหน คนเราถ้าไม่มีทุนมันก็ทำอะไรไม่ได้ สังคมฮีโร่มันก็แค่สังคมแคบๆ และยิ่งแคบไปอีกถ้าเราแตกแยกกัน โอเค เราเลิกทะเลาะกัน อันไหนเราแจมกันได้มาแจมกัน อ๊อดตัดสินใจเปิดเวบ yodmanud.com ขึ้น จ่ายค่าโดเมนเอง แต่ตงเป็นคนทำเวบ ในส่วนของการทำงานก็คงดำเนินต่อไป อันไหนทำร่วมกันได้ก็ทำ แต่อยากมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์มาร่วมกันสมคบคิด เติมเต็มในส่วนที่ขาดหาย

โปรเจคของพวกเรายังคงดำเนินต่อไปแบบเงียบๆ แม้จะมีเสียงเคาะกะลามาให้ดีใจเป็นพักๆ แต่ก็ขอขอบคุณในเสียงกะลาเหล่านั้นที่ทำให้หัวใจของเราเต้นตูมตามอยู่ตลอดเวลา ใครทำอะไรเพื่อให้ฮีโร่ไทยมีการตื่นตัว เราร่วมยินดีด้วยเสมอ ขอเพียงพวกคุณมีเสี้ยวหนึ่งของความทรงจำ ที่นึกถึงการต่อสู้เพื่อความฝันของพวกเราแต่เดิมมา

ขอให้ฮีโร่ไทยอยู่ในใจพวกเธอชั่วนิรันดร์

1 ความคิดเห็น:

Metal day กล่าวว่า...

....ความฝันของอ๊อดไม่ใช่ฝันอีกต่อไปเพราะอ๊อดลงมือทำ จะสำเร็จหรือไม่ ไม่ใช่คำตอบ คำตอบอยู่ที่ว่าวันนี้เราทำดีที่สุดเเล้ว แล้ววันต่อๆไปก็ยิ่งดีเพิ่มขึ้นๆเรื่อย หากเราท้อใครล่ะจะปกป้องโลกที่สวยงามนี้ให้เด็กๆกัน(แม้บางครั้งโลกนี้ จะมีคนเห็นเเก่ตัว ทำนาบนหลังคน เหยียบคนอื่นขึ้นมาใหญ่ก็เถอะ) กาวินเเมนไม่สามารถหมุนโลกได้คนเดียว แต่อย่างน้อยดีกว่าไม่ทำอะไรเลย สู้เขาต่อไป กาวินเเมน......